Categotry Archives: Uncategorized

ความหมายของ สามกษัตริย์

  ความหมายของ สามกษัตริย์              สามกษัตริย์ หมายถึง  กษัตริย์สามพระองค์ และพระมหากษัตริย์นี้ ก็จะเป็นองค์สมมุติเทพ  และก็เป็นสิ่งที่คน        ทั่วประเทศเทิดทูน และก็บูชา เพราะว่าเป็นของที่สูง และก็เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวของประเทศ  ซึ่งจะมีบุญญาธิการ สำหรับความหมาย ทางด้านไสยศาสตร์นั้น หมายถึง  สิ่งของที่เป็นมงคลสามอย่าง นั้นมารวมกัน แล้วเรียกว่า กษัตริย์ทั้งสาม  ก็คือ  เป็นโลหะ 3 ชนิด คือ  มีทอง  มีนาค  และก็เงิน            สำหรับทองนั้น เป็นโลหะ ที่จะหาได้ยาก และก็มีค่ามาก ส่วนนาค เป็นการนำโลหะทองคำ แล้วมาผสมรวมกับโลหะที่เป็นทองแดง  และก็เงิน  จะเป็นโลหะเงินบริสุทธิ์  เมื่อนำทั้ง 3 อย่างมารวมกัน ซึ่งเป็นการรวมโลหะของธาตุ อันเป็นมงคล ทำให้เกิดมีอำนาจมากขึ้น  เพราะฉะนั้นจึงได้บัญญัติศัพท์ นี้ว่าสามกษัตริย์ นั่นเอง  สำหรับสามกษัตริย์นั้น สามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง สำหรับคนที่นิยมเรื่องของเครื่องรางของขลัง แล้วก็จะต้องนึกถึง   สิ่งที่ทำด้วยสามกษัตริย์นั้น อย่างเช่น  มีตะกรุดสามกษัตริย์ มีมีดสามกษัตริย์   มีสร้อยสามกษัตริย์ มีแผ่นดวงชะตาสามกษัตริย์ … (more…)

การใช้งานและก็การเลี้ยงกุมารทอง (ต่อ..)

การใช้งานและก็การเลี้ยงกุมารทอง  (ต่อ..) จะช่วยในของเรื่องการค้าขาย และกุมารทองก็จะมีวิธี ก็คือ กุมารทองก็จะเข้าไปดึงตัวหรือว่าฉุดมือ, เข้าไปกระชาก แต่ว่าเจ้าตัวนั้นจะไม่รู้ตัว ก็จะเหมือนกับเราเดินเข้าไปธรรมดา หรือก็ไปดลใจบ้าง หรือว่าก็ไปกระซิบอยู่ข้าง ๆ หู และคนที่ถูกกระซิบนั้น จะไม่ได้ยินเสียง  แต่ว่าจะมีความรู้สึกว่า อยากจะไปซื้อของร้านในนี้ และก็เรื่อง การขายของดี หรือว่าขายไม่ดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญเก่า ของเจ้าของร้าน ที่ได้สร้างเอาไว้ และถ้าทานส่งผล ในช่วงนั้น ก็จะทำอะไรก็ดีไปหมด และส่วนของกุมารทองนั้น ก็เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยเสริมได้นิดหน่อย ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็คนก็รวยได้ทุกวัน  ในบางครั้งเท่านั้น ที่เราเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน และก็อย่าลืมว่า บุญหรือกรรมที่ทำมานั้นเป็นหลัก แต่ว่ากุมารทองนั้นก็จะช่วยเสริมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือว่าในบางครั้งกุมารทองเฝ้าบ้านอยู่ ขโมยก็ยังสมารถขึ้นบ้านได้เลย นั้นก็แสดงว่า เจ้าของบ้านมีวิบากกรรม ได้เคยไปลักขโมย ของคนอื่นเขามา เพราะว่าก็เป็นวิบากกรรม ที่ได้ติดมากับตัว และเมื่อถึงเวลาก็จะส่งผล แม้อะไรก็เอาไม่อยู่        วิธีในการสื่อสาร กับกุมารทอง    ซึ่งจะเป็นวิธี ในการติดต่อสื่อสาร ระหว่างผู้เลี้ยงกับกุมารทอง ก็คือ ในบางครั้งกุมารทองนั้น ก็จะมาบอกข้าง ๆ หู แต่ว่าเรานั้นไม่เห็นตัว เพียงแค่มีความรู้สึกเท่านั้น หรือว่าบางทีนั้น ถ้าเกิดว่าจิตใจของใคร อ่อนไหวได้ง่าย… (more…)

ผีกุมารทอง (ต่อ..)

ผีกุมารทอง (ต่อ..) และทรงเจ้าเข้าผีมาเป็นกุมารทองนั้น  และยังมีกุมารทองอยู่อีกประเภทหนึ่ง ก็คือ จะเป็นกุมารทองที่มีวิบากกรรม และเคยทำแท้งเมื่อครั้งในอดีต จึงทำให้ต้องถูกทำแท้งตอนที่มาเกิดในชาติของมนุษย์ และก็ประกอบกับกรรม ที่ได้เคยนับถือทรงเจ้าเข้าผี  และก็ชอบเป็นชีวิตจิตใจมาก และก็นับถือว่าเป็นสรณะ หลังจากที่ตายไปแล้วนั้น อาจารย์วิทยาธรผู้เป็นภุมมเทวา ก็ได้ไปนำตัวมาเลี้ยงไว้ และก็ผูกด้วยเวทย์มนต์  เพื่อให้อยู่ในความดูแล  แต่ก็สามารถนำมาเลี้ยงได้เฉพาะ ผู้ที่มีเชื้อสายทางด้านนี้เท่านั้น และก็จะมีอายตนะซึ่งจะดึงดูดไว้เป็นสาย ๆ  แล้วแต่สายของอาจารย์วิทยาธร ซึ่งจะมีอยู่หลายสายด้วยกัน  ที่จะดูแลพวกสิง ๆ และก็ทรง ๆ  และก็ดูแลกุมารทอง  เหมือนกับฝูงนกก็เข้ากับฝูงนก, ฝูงปลาก็เข้ากับฝูงปลา, พวกขี้เมาก็เข้าวงเหล้า, ผู้ที่มีบุญก็เข้ากับวงบุญ และบางท่านนั้น อาจจะมีเด็กที่อยู่ในความดูแลเป็นจำนวนมาก ปละบางท่านนั้นก็อาจจะมีน้อยก็ได้ หลังจากนั้นอาจารย์เมืองมนุษย์ก็จะได้เรียนวิชานี้  และก็จะมีอาจารย์วิทยาธรดูแลอยู่  และจะคอยทำหน้าที่ผสมความศักดิ์สิทธิ์, คอยส่งฤทธิ์, คอยส่งเดชและก็คอยประสานงานกับอาจารย์มนุษย์  ในการประกอบพิธีกรรมทางด้านต่าง ๆ และก็จะทำการสร้างสื่อด้วยวัสดุต่าง ๆ อย่างเช่น หิน, ดิน, โลหะ และส่วนใหญ่นั้น มักจะทำเป็นรูปปั้นตุ๊กตาเด็ก หลังจากนั้นก็จะนำมาผูกด้วยเวทย์มนต์ กับภุมมเทวาและเด็กที่อยุ่ในสายการปกครองของอาจารย์วิทยาธรนั้น  ได้มีกรรม ดังกล่าว ดูดมา  และคำว่า  “ผูก” นั้นหมายถึง ความผูกพัน แต่จะพันด้วยเวทย์มนต์… (more…)

วิธีในการเลี้ยงกุมารทอง

วิธีในการเลี้ยงกุมารทอง                     การเลี้ยงในระยะช่วงแรก ๆ  กุมารทองจะโตด้วยมนต์ของอาจารย์วิทยาธร และอาจารย์ที่อยู่ในเมืองมนุษย์ แต่ก็จะอาศัยบุญของอาจารย์วิทยาธร ในการควบคุมและก็ดูแลวิชาพวกนี้เป็นหลัก และจะใช้มนต์ในการเลี้ยงจนกระทั่งกุมารทองโตเหมือนกับเด็กที่ถึงกำหนดคลอดออกจาท้องแม่ และในตอนนี้จึงจะให้ดื่มนม ส่วนการให้ดื่มนมนั้นมีอยู่ ๒ ประเภท ก็คือ อาศัยนมมารดา และก็นมจากวิทยาธร ในการดื่มนมมารดานั้น ก็จะเหมือนกับการดื่มนมของเด็กทั่ว ๆ ไป  ส่วนนมของวิทยาธรนั้น น้ำนมก็จะไหลออกมาทางปลายนิ้วมือของวิทยาธรเอง และเมื่อกุมารทองดูด น้ำนมนั้นก็จะไหลออกไปเรื่อย ๆ ด้วยมนต์ของวิทยาธร พอเด็กอิ่มแล้ว น้ำนมนั้นก็หายไปทันที และก็จะสลับสับเปลี่ยนกันจากน้ำนมแม่บ้าง และก็จากวิทยาธรบ้าง                      แม่ของกุมารทองนั้นอยู่ได้ด้วยบุญ ของอาจารย์วิทยาธร ท่านอาจารย์จะให้อาหารทิพย์แก่แม่ การอยู่การกินจะมีความเป็นอยู่เหมือนกับมนุษย์ ก็คือ จะมีครอบครัว, มีลูก, แม่และลูกจะอยู่ได้ด้วยบุญของวิทยาธร และก็มนต์ของวิทยาธรกำกับดูแลอยู่  และเด็กที่เป็นลูกกรอก, เป็นรักยม,… (more…)

การกำเนิดของกุมารทอง

การกำเนิดของกุมารทอง เป็นวิบากกรรมของแม่และลูก ที่ได้ทำร่วมกัน ก็คือ เด็กที่ตายตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่  ผู้ที่เป็นอาจารย์วิทยาธรท่านจะไปบอกให้อาจารย์มนุษย์ที่ได้เรียนวิชาไสยเวท ทางด้านสายกุมารทอง, ทางด้านสายรักยมและทางด้านสายลูกกรอก  หลังจากที่เขาผ่าเอาเด็กออกจากท้องแม่แล้วก็จะนำมาประกอบในพิธีกรรม ทางด้านศพของแม่นั้นก็จะนำมาใช้ในการประกอบพิธีกรรมด้วย ก็จะเอาไปทำน้ำมันพรายและจะใช้ไขมันบริเวณตรงหน้าท้องนั้นไปเจียว และก็จะสวดมนต์กำกับไว้ด้วย จากนั้นผู้ทำพิธีก็จะใส่สิ่งของต่าง ๆ ลงไปด้วย  เพื่อที่จะได้ผูกมัดร่างคนตายเอาไว้ เพื่อที่จะบังคับแม่และลูกที่มีกรรมประเภทนี้ โดยจะมีการร่วมมือกันระหว่างผู้ที่เป็นอาจารย์วิทยาธรกับผู้ที่เป็นอาจารย์อยู่ในเมืองมนุษย์ และลูกที่อยู่ในท้องแม่นั้นก็จะนำมาทำเป็นลูกกรอกและจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นเด็กที่อยู่ในท้องแบบเดี่ยวๆ เราจะเรียกว่า “ลูกกรอก”  และถ้าเด็กที่อยู่ในท้องแบบเป็นคู่หรือฝาแฝดเราจะเรียกว่า “รักยม”  และหลังจากที่เด็กโตแล้วเราจะเรียกว่า “กุมารทอง” ถ้าเรานำมาเลี้ยงตอนแรกเป็นเด็กที่ยังไม่โตและเรานำมาเลี้ยงต่อจนโตก็จะเป็นกุมารทองนั่นเอง 

ผีกุมารทอง

ผีกุมารทอง               กรรมที่จะทำให้มาเกิดเป็นผีกุมารทอง เราต้องมาดูกรรมที่ทำไว้แล้วส่งผลให้มาเกิดเป็นกุมารทอง อย่างเช่น บางคนเคยทำแท้งตอนที่เป็นคน แล้วส่งผลให้ชาตินี้เกิดมาเป็นกุมารทอง และตอนที่จะมาเกิดเป็นมนุษย์นั้น ได้เคยทำแท้ง จึงเป็นเหตุให้ตายในท้องหรือที่เรียกว่าตายท้องกลม ก็คือตายพร้อมกันทั้งแม่และลูก และเมื่อตายไปแล้วก็จะกลายมาเป็นผีเด็ก ก็คือ ถ้าตายตอนที่ยังเป็นเด็กก็เป็นผีเด็ก แต่ถ้าตายตอนแก่ก็เป็นผีแก่ ถ้าตายตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวก็เป็นผีหนุ่มสาว และอีกมีอีกกรรมหนึ่งคือในตอนที่เป็นมนุษย์นั้นชอบเรียนวิชาเกี่ยวกับไสยศาสตร์ แต่ก็เป็นเรื่องของภาพในอดีตของตนในตอนที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ ที่ได้ทำการผ่าท้องเอาเด็กออกมาและนำมาทำตามขั้นตอนพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ จึงทำให้ต้องมาเกิดเป็นกุมารทองในชาติต่อไป                 เด็กทุกคนไม่สามารถที่จะนำมาทำเป็นกุมารทองหมดทุกคนได้ เด็กนั้นจะต้องมีวิบากกรรมด้วย ก็คือ กรรมจากการทำแท้งจึงต้องมาตายอยู่ในท้อง เมื่อตายแล้วร่างก็จะออกมาเป็นผีเด็ก และเคยเรียนวิชาเกี่ยวกับด้านนี้มาก่อนด้วย จึงจะมีคนที่ได้ร่ำเรียนวิชานี้นำไปประกอบในพิธีกรรมในแบบที่ตนเองเคยทำมาก่อน เสร็จแล้วก็จะเรียกวิญญาณที่ปลุกเสกนั้นนำมาเลี้ยงไว้หรือนำมาใช้งาน โดยจะมีเจ้าของวิชากำกับดูแลและสั่งการด้วยเวทย์มนต์ วิทยาธรหรือผู้ที่เป็นเจ้าของวิชานั้น หมายถึง อดีตของมนุษย์ที่มักชอบเรียนวิชาพวกนี้ เมื่อตายแล้วก็ไปเป็นวิทยาธรในป่าหิมพานต์ และยังจะรักษาวิชาเหล่านี้สืบต่อกันไปและคู่กันไปกับเทคโนโลยี แต่ถ้าใครไม่มีกรรมในด้านนี้ก็จะเรียกมาใช้งานไม่ได้  ลักษณะของกุมารทองนั้นจะมีผมจุก, นุ่งโจงกระเบน ไม่สวมเสื้อ, ใส่สร้อยสังวาล จะถูกนำมาเลี้ยงโดยผู้ที่มีวิชาอาคมทางด้านไสยศาสตร์ ผู้ที่เรียนวิชานี้จะต้องนำศพคนตายท้องกลม คือ จะต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก และมีอยู่ ๒ ประเภท ก็คือ ผู้ที่มีกรรมด้านนี้จะสามารถนำไปทำเป็นกุมารทองได้เลยสำหรับผู้ที่ไม่มีกรรมเกี่ยวกับทางด้านนี้ก็ไม่สามารถนำไปทำกุมารทองได้ ซึ่งถ้าไม่มีกรรมด้านนี้ทั้งแม่และลูกที่ตายไปแล้ว ก็จะไปผุดไปเกิดตามกรรมของตนที่ได้ทำไว้ แต่ถ้าเกิดว่ามีวิบากกรรมนี้ก็จะช่วยดึงดูด ให้ผู้ที่เรียนวิชาประเภทนี้ที่เป็นมนุษย์นำเอาไปใช้งาน โดยจะมีอาจารย์วิทยาธรจะเป็นผู้กำกับและคอยแนะนำว่าทำอย่างนั้นทำอย่างนี้  (มีต่อ…)

เรื่องเล่าผีปอบ

เรื่องเล่าผีปอบ   เป็นเรื่องเล่าขานกันมานานแล้วสำหรับเรื่่อง “ผีปอบ” ซึ่งมีสาเหตุหรือต้นตอมาจากผู้ที่เรียนวิชา ไสยศาสตร์ หรือเรียกอีกอย่างว่า “มนต์ดำ” นั่นเอง  ประวัติความเป็นมาของ“ผีปอบ” เกิดจากคนที่เรียนวิชา ไสยศาสตร์ หรือ มนต์ดำและก็เรียนจนเก่งแล้วสามารถใช้อำนาจจากสิ่งที่เรียนมานั้น เรียกว่าเวทมนตร์หรือคาถาและนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีด้วยวิธีการทำร้ายหรือทำลายล้างชีวิตของผู้อื่น อย่างเช่น การทำเสน่ห์ยาแฝดใส่คนที่รัก การฝังรูปฝังรอย การเสกหนังควายเข้าท้องศัตรู การเสกตะปูเข้าท้องศรัตู หรือใช้เวทมนตร์บังคับวิญญาณหรือภูตผีให้ไปเข้าสิง ข้อห้ามในวิชาไสยศาสตร์และข้อปฏิบัติ คือ สำหรับคนที่มีวิชาอาคมในวิชาไสยศาสตร์ซึ่งพระ พุทธเจ้า ทรงเรียกว่า เป็นเดียรฉาน  ห้ามไม่ให้ละเมิด ข้อห้ามและข้อปฏิบัติโดยเด็ดขาด หากผู้เรียนวิชากระทำผิดข้อห้าม ในภาษาอีสานเรียกว่า “คะลำ” ก็จะเกิดโทษหรือเรียกว่า”ผิดครู” โดยจะถูกวิญญาณบรมครูลงโทษ โดยการให้เป็นผีปอบ และอีกสิ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นปอบก็คือ จะเล่นคาถาอาคม อย่างคลั่งไคล้ และจะใช้ความขลังของวิชาและมนต์ดำในการทำร้ายผู้อื่นอย่างไม่กลัวบาปกรรม กระทำความชั่วเรี่อย ๆ  จนมนต์ดำย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองจนกลายเป็นปอบไปในที่สุดค่ะ   ประเภทของ “ผีปอบ”   แบ่งออกเป็น4 ประเภท                                                                                                                           ประเภทที่ 1.  ผีปอบธรรมดาคือ คนที่ผีปอบสิงเข้าไปอยู่ในร่าง คือตนเองเป็นปอบ ถ้าคนนี้ตายไปแล้ว ปอบที่อยู่ในร่างก็จะตายตามไปเช่นกัน ประเภทที่่ 2.  ผีปอบเชื้อ คือ ถ้าในบ้านของใคร เช่น พ่อแม่เป็นปอบหรือปู่ ย่า ตา ยาย เมื่อพวกท่านตายไปแล้วคนที่เป็นลูกหรือหลานก็จะได้รับการสืบทอดให้กลายเป็นปอบต่อไป หรือเรียกวา กรรมพันธุ์… (more…)